ข่าวสาร

ข่าว กิจกรรม และหลักสูตรอบรม ประกาศสำคัญที่ทุกท่านสนใจ

กรมการค้าต่างประเทศเดินหน้าสู่การเป็น Digital DFT อย่างเต็มรูปแบบพร้อมเริ่มใช้งานระบบ ESS สำหรับการอ

18 Dec 2020
 19

กรมการค้าต่างประเทศเดินหน้าสู่การเป็น Digital DFT อย่างเต็มรูปแบบ

พร้อมเริ่มใช้งานระบบ ESS สำหรับการออก C/O ทั่วไป

กรมการค้าต่างประเทศมุ่งมั่นในการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้สำหรับการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า พร้อมเริ่มใช้งานระบบ ESS สำหรับการออก C/O ทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ พร้อมให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทั่วไป (Form C/O ทั่วไป) ด้วยระบบการลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature and Seal: ESS) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป สอดคล้องกับนโยบาย Digital DFT ที่มุ่งมั่นให้กรมการค้าต่างประเทศเป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมดิจิทัลครบวงจร ระบบ ESS เป็นระบบที่นำลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์มาพิมพ์บนแบบฟอร์มโดยอัตโนมัติเพื่อทดแทนการลงลายมือชื่อประทับตราแบบสด นับเป็นการอำนวยความสะดวกที่สามารถลดขั้นตอนและระยะเวลาในการขอรับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ลดความผิดพลาดจากการประทับตราแบบสด ลดปัญหาจากการนำตราประทับนิติบุคคลออกจากบริษัท รวมทั้งช่วยลดการสัมผัสกระดาษของเจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นการบรรเทาผลกระทบในช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อส่งตัวอย่างลายมือชื่อของกรรมการหรือผู้รับมอบอำนาจและตราประทับของนิติบุคคล (ถ้ามี) ผ่านระบบ Registration Database ของกรมฯ (http://reg-users.dft.go.th) ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ยกเว้นผู้ประกอบการที่เคยจดทะเบียนลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์สำหรับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าฟอร์มอื่นที่ใช้ระบบ ESS แล้ว ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนใหม่อีกครั้งนายกีรติกล่าวเพิ่มเติมว่า การให้บริการออก C/O ทั่วไปด้วยระบบ ESS นับเป็นก้าวที่สำคัญของกรมการค้าต่างประเทศ เนื่องจากจะส่งผลให้กรมฯ สามารถให้บริการด้วยระบบ ESS ได้รวม 8 ฟอร์ม เพิ่มเติมจาก 7 ฟอร์มที่ให้บริการแล้ว ได้แก่ Form JTEPA (ความตกลงฯ ไทย-ญี่ปุ่น), Form AJ (ความตกลงฯ อาเซียน-ญี่ปุ่น), Form FTA (ความตกลงฯ ไทย-ออสเตรเลีย), Form AANZ (ความตกลงฯ อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์), Form AK (ความตกลงฯ อาเซียน-เกาหลี) Form AHK (ความตกลงฯ อาเซียน-ฮ่องกง) และ Form D (อาเซียน) ทั้งนี้ ในปี 2563 (มกราคม-พฤศจิกายน) กรมฯ ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทั้งสิ้น 927,208 ฉบับ คิดเป็นมูลค่า 64,193 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่มีสัดส่วนการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) Form D (อาเซียน) 2) Form E (ความตกลงฯ อาเซียน-จีน) และ 3) Form C/O ทั่วไป ก้าวต่อไปของกรมการค้าต่างประเทศคือการผลักดันให้สามารถให้บริการด้วยระบบ ESS ได้สำหรับการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าครบทุก FTA ของไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาระบบ การพิมพ์หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ณ สำนักงานของผู้ประกอบการ (ระบบ SMART C/O) ในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าเดินทางและต้นทุนเวลาให้แก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญ

(ข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ)

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณาคลิก เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สมัครสมาชิกเว็บไซต์ เพื่อการใช้งานที่ดีเยี่ยม

สมาชิกเว็บไซต์สามารถใช้งานฟีเจอร์ของเว็บไซต์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสมัครเรียนกับ iTi การส่งสมัครงาน การใช้ระบบพิกัด/คำวินิจฉัย การรับช่าวสาร อ่านเพิ่มเติม