ข่าวสาร

ข่าว กิจกรรม และหลักสูตรอบรม ประกาศสำคัญที่ทุกท่านสนใจ

‘พาณิชย์’ รุกหนัก เตรียมเยือนอินเดีย หวังผลักดันสรุปเจรจาอาร์เซ็ปร่วมกันโดยเร็ว

08 Jul 2019
 37

กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานอาเซียนด้านเศรษฐกิจเตรียมเดินทางเยือนอินเดียเพื่อหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมคนใหม่ของอินเดียต้นเดือนนี้ หวังให้อินเดียร่วมหาข้อสรุปการเจรจาอาร์เซ็ปร่วมกันโดยเร็ว

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนมีกำหนดจะเดินทางเยือนอินเดีย ระหว่างวันที่ 7-10 กรกฎาคม 2562 หลังจากที่อินเดียมีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งนายนเรนทรา โมดี ยังได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอินเดียเป็นสมัยที่ 2 จึงนับเป็นโอกาสดีที่จะพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมคนใหม่ของอินเดีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอินเดียในฐานะประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ รวมทั้งผลักดันบทบาทนำของไทยในฐานะประธานอาเซียน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียนกับอินเดียด้วย

นางสาวชุติมา กล่าวว่า นอกจากอินเดียจะเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยแล้ว อินเดียยังเป็นประเทศคู่เจรจาของอาเซียนในการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนให้ความสำคัญสูงสุด โดยขณะนี้การเจรจามีความคืบหน้าไปมาก สำหรับการหารือครั้งนี้จะใช้โอกาสที่ไทยเป็นประธานอาเซียนและประธานการประชุมระดับรัฐมนตรีของอาร์เซ็ปเป็นตัวกลางประสานท่าทีระหว่างประเทศสมาชิกอาร์เซ็ป และจะหารือกับอินเดียร่วมกับเลขาธิการอาเซียนและรัฐมนตรีการค้าอินโดนีเซีย เพื่อผลักดันให้อินเดียร่วมหาข้อสรุปในประเด็นสำคัญให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยตั้งเป้าให้สมาชิกทั้ง 16 ประเทศร่วมกันประกาศสรุปผลการเจรจาในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ณ กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ในปี 2561 การค้าระหว่างไทยกับอินเดีย มีมูลค่า 12,463.74 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.16จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยไทยส่งออกไปอินเดีย มูลค่า 7,600.32 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ รถยนต์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เป็นต้น และนำเข้าจากอินเดีย มูลค่า 4,863.43 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้านำเข้าสำคัญ เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินแร่โลหะอื่น ๆ และเศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น หากความตกลงอาร์เซ็ปมีผลบังคับใช้จะกลายเป็นความตกลงการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นให้กับการค้าระหว่างประเทศของสมาชิกอาร์เซ็ปทั้ง 16 ประเทศ ท่ามกลางวิกฤตสงครามการค้า และจะช่วยสร้างความเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตของภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาค รวมถึงโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับอินเดียด้วย

-------------------------------

กระทรวงพาณิชย์

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

ที่มา : www.dtn.go.th

แสดงความคิดเห็น

กรุณาคลิก เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สมัครสมาชิกเว็บไซต์ เพื่อการใช้งานที่ดีเยี่ยม

สมาชิกเว็บไซต์สามารถใช้งานฟีเจอร์ของเว็บไซต์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสมัครเรียนกับ iTi การส่งสมัครงาน การใช้ระบบพิกัด/คำวินิจฉัย การรับช่าวสาร อ่านเพิ่มเติม