1. เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการอาชีพตัวแทนออกของ และเป็นศูนย์กลางความร่วมมือและแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นของสมาชิก ในการแก้ปัญหาและอุปสรรคในการประกอบอาชีพ
  2. ส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ของสมาชิกตามกฎหมายอย่างเสมอภาค และเท่าเทียมกัน
  3. ส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิก เพื่อยกระดับมาตรฐาน การประกอบ อาชีพตัวแทนออกของ ให้เป็นสากลก้าวหน้าและทันสมัย
  4. เป็นสถาบันผลิตบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญในระบบการค้าและการบริการระหว่างประเทศ
  5. ส่งเสริมความสามัคคีในหมู่สมาชิก รวมทั้งส่งเสริมการกีฬาและการบันเทิง
  6. ส่งเสริมให้สมาชิกมีจรรยาบรรณ มีคุณธรรม และซื่อสัตย์สุจริตในการประกอบอาชีพ ตลอดจน ไม่กระทำการใด ๆ อันขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม
  7. ให้ความร่วมมือประสานงานกับหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน สมาคม สถาบัน องค์การ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อประโยชน์แก่มวลสมาชิก และประเทศชาติ
  8. สร้างชื่อเสียงและภาพพจน์ของสมาคม ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของสังคม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  9. ดำเนินกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับทางศาสนา และการเมืองไม่ว่าระดับใดก็ตาม

ผลงานของสมาคมในอดีต - ปัจจุบัน

พ.ศ. 2544
  • มีเว็บไซต์ของตัวเอง (www.ctat.or.th) เป็นครั้งแรก เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์กิจกรรมสมาคม


พ.ศ. 2547
  • ริเริ่มโครงการ “รวมทุนชิปปิ้งไทย”ต่อสมาชิก ที่จะนำไปสู่การรวมตัวกันของชิปปิ้งรายย่อย เพื่อช่วยลดต้นทุนประกอบการ และเพื่อความอยู่รอดในภาวะการแข่งขันจากต่างชาติ


พ.ศ.2549
  • จัดทำ “คู่มือชิปปิ้ง” ซึ่งเป็นหนังสือที่ใช้ประกอบการทำงานของชิปปิ้งเล่มแรก แจกจ่ายให้แก่สมาชิก
  • ผลักดันกรมศุลกากรจัดระเบียบตัวแทนออกของ โดยออกประกาศกรมศุลกากรที่ 13/2549 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติของตัวแทนออกของ และกำหนดบทบาทหน้าที่ของสมาคมที่เกี่ยวกับการออกของเป็นครั้งแรก (10 กุมภาพันธ์ 2549)
  • บัญญัติ “ จรรยาบรรณของตัวแทนออกของ “จำนวน 13 ข้อ ไว้ในข้อบังคับสมาคมเป็นครั้งแรก
  • จัดอบรมหลักสูตร “ตัวแทนออกของภูมิภาค” เป็นครั้งแรก ที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อรองรับการ เปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2
  • เปลี่ยนชื่อของโรงเรียนใหม่ เป็น “สถาบันอบรมไอทีไอ ”(Import-Export Training Institute)


พ.ศ.2550
  • เฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งสมาคมปีที่ 60 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2550
  • เชิญอธิบดีกรมศุลกากร นายชวลิต เศรษฐเมธีกุล แสดงปาฐกถาพิเศษ ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ณ ศูนย์การประชุมฯสิริกิติ์ วันที่ 28 มีนาคม 2550
  • จัดแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล “60ปี ชิปปิ้งสัมพันธ์” ระหว่างสมาชิกและบุคคลในวงการ


พ.ศ.2551
  • ร่วมออกบูธครั้งแรกในงาน THAILAND INTERNATIONAL LOGISTICS FAIR 2008 ที่ไบเทคบางนา


พ.ศ.2552
  • ได้รับการรับรองจากกรมศุลกากรให้เป็น “สมาคมที่เกี่ยวกับการออกของ”ลำดับที่ 1 ตามประกาศกรมฯที่ 3/2552
  • ได้รับเกียรติจากนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงพาณิชย์มาเยี่ยมที่ทำการสมาคม
  • ร่วมกับกรมศุลกากรและหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวน 12 หน่วยงานในนาม “ ภาคีเรารักษ์คลองเตย” จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แก่ชุมชนในย่านคลองเตย
  • จัดงานบริจาคโลหิตและเงินครั้งแรก ให้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  • Mอบรมหลักสูตรตัวแทนออกของภาคตะวันออก ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี


พ.ศ. 2553
  • ได้รับเกียรติบัตรชมเชยจากองค์การศุลกากรโลก (World Customs Organisation,WCO) ในฐานะเป็นองค์กรภาคเอกชนที่ให้ความร่วมมือในการพัฒนาและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางศุลกากรกับกรมศุลกากร เนื่องในโอกาสวันศุลกากรสากล เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2553
  • อบรมหลักสูตรตัวแทนออกของภาคใต้ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
  • ได้รับเชิญเข้าร่วมในสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์
  • ผลักดันรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินในรูปของสินเชื่อจำนวน 5,000 ล้านบาทให้แก่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ผ่านธนาคารเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(ธพว.)จนสำเร็จ


พ.ศ. 2554
  • จัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาสมาคมในระยะยาว
  • จัดงานบริจาคโลหิตและเงิน ครั้งที่ 2 ให้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  • บริจาคเงินช่วยผู้ประสบมหาอุทกภัย ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์และสภากาชาดไทย
  • บริจาคอาหารแห้งและยาช่วยผู้ประสบมหาอุทกภัย ผ่านสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี


เป้าหมายของสมาคม
  • พัฒนาความรู้ มาตรฐานการทำงาน และขีดความสามารถในการแข่งขันของสมาชิก
  • สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการ ในความเป็นมืออาชีพที่ให้บริการที่ซื่อตรงและรวดเร็ว
  • ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ ด้วยการผลักดันภาครัฐให้
    • ลดการใช้กระดาษ
    • ลดการใช้คนวิ่งเอกสาร
    • ลดเวลาในการทำงานแต่ละขั้นตอน
    • ลดค่ารับส่งข้อมูล
    • ลดความเสี่ยงจากการสูญเสียจากเรื่องต่างๆ